นิทาน
นิทาน..
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเด็กหนุ่ม3คน เป็นเพื่อนกัน
วันหนึ่งมารดาใช้ให้เด็กคนนั้นไปหาเก็บผลไม้ในป่าเพื่อนำมาประกอบอาหารเย็นมื้อแรกและเพื่อมื้อที่สองตอนเช้า
เด็กคนที่หนึ่งนั้นมีความคิดว่า"เราควรจะชวนเพื่อนไปเก็บด้วยกันดีกว่า" จึงเดินไปเรือนของเพื่อน
แต่เพื่อนไม่อยู่ เขาจึงเดินไปเรือนของเพื่อนคนที่2 แต่เพื่อนคนที่2ก็ไม่อยู่อีก
เขาจึงมีความคิดว่า"เพื่อนเราไปไหนน่ะ ไม่อยู่ตั้ง2คนเลย"
เขาจึงไปเก็บผลไม้ตามที่มารดาสั่งไว้
และในขณะที่เก็บผลไม้อยู่ เขาเห็นพระเหาะลงมาจากท้องฟ้า และลงเดินตรงมาหาเขา เหมือนมาขออาหาร
เด็กคนนั้นไม่รู้จะทำยังไง
เลยยื่นผลไม้ที่เก็บนั้นใส่ในบาตให้
และทันใดนั้นพระปัจเจกก็เหาะขึ้นเหนือยอดไม้และหายไป
และเด็กคนนั้นครั้นให้ทานไปแล้วเขาก็เริ่มหาเก็บผลไม้อีกครั้ง จิตใจก็เกิดความเสียดาย หลังจากนั้นเขาก็นำผลไม้ที่เก็บได้ไปให้มารดาประกอบอาหาร
ผ่านไป7วัน เด็กคนนั้นนำผลไม้ไปขาย
ขายได้เงินเยอะมากจนไม่น่าเชื่อว่าผลไม้น้อยนิดเดียวขายได้เงินมากกว่าทรัพย์ในหวังหลวงทั้งหมด
เขาเกิดแปลกใจ ว่าทำไมได้เงินเยอะจัง
เขาจึงไปถามมารดา มารดาก็ไม่รู้สาเหตุ
มารดาก็เลยย้อนถามว่า ช่วงไม่นานมานี้ลูกได้ให้อาหารกับใครไหม
เด็กคนนั้นก็ตอบว่าได้ให้อาหารกับคนหัวโล้นเหาะลงมาขอในป่าตอนเก็บผลไม้
มารดาจึงตอบว่า
ที่ขายผลไม้ได้เงินเยอะนั้น
เพราะทานกับพระปัจเจกพุทธเจ้าลูก
มารดาถามต่ออีกว่า ท่านจะมาโปรดอีกวันไหน
ลูกตอบว่าไม่ได้คุยกันจ่ะ
หลังจากผ่านวันนั้นไปเด็กคนนั้นรวยมีทรัพย์มากมายนับไม่ได้
เขาจึงเรียกเพื่อนๆมาเล่นที่บ้านมากินอาหารให้อิ่มหนำแล้วค่อยไปเล่น
หลังจากนั้นพวกเพื่อนๆก็ถามเขาว่ามีโภคทรัพย์เยอะได้อย่างไร
เขาจึงตอบว่า ทานผลไม้กับพระเหาะได้
เพื่อนถามเขาต่ออีกว่า ทานที่ไหน เขาตอบว่า ที่ป่า
เพื่อนถามเขาต่ออีกว่า ตรงไหน เขาตอบว่า
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปดู
หลังจากนั้นวันต่อมาเขาได้พาเพื่อนไปดูตรงจุดที่พระปัจเจกเดินมาและเหาะทะลุขึ้นบนยอดไม้แล้วหายไป
เพื่อนของเขา2คนนั้น อยากเห็นพระปัจเจกจึงอธฐานในใจ ขอให้พระปัจเจกเหาะลงมาโปรดด้วยเถิด
หลังจากนั้นเขาจึงนัดแนะกันว่าจะมารอที่นี่ทุกวันหลังเก็บผลไม้แล้ว
ไม่นานผ่านไป3เดือนมีพระปัจเจกเหาะลงมาและเดินมาขออาหารตามที่เขาตั้งจิตอธิฐานไว้
เขาจึงชวนเพื่อนๆถวายผลไม้และถามท่านว่า ท่านชื่ออะไรเหาะได้ยังไง
และวันนั้นเอง มีคนตายชาวบ้านเอา
ชาวบ้านเอาศพมาทิ้ง
พระปัจเจกเลยบอกให้ ไปถามชื่อกับคนตายที่เขาหามมาทิ้ง
เด็ก3คนนั้น เลยเดินไปถามศพ ถามแล้วก็ไม่ตอบ จึงเดินไปถามพระปัจเจกว่าเขาไม่ตอบ
พระปัจเจกเลยบอกว่า ให้มานั้งดูเขามาถามเขาทุกวัน แล้วจะรู้เอง
แล้วพระปัจเจกก็เหาะหายไป
ส่วนเด็กนั้น ทำตามพระปัจเจกบอกก็มาถามทุกวัน
ถามนานวันเข้า ศพก็เริ่มเน่าเปื่อยพองกลิ่นเหม็นขึ้นทุกวัน
จนในที่สุดเด็กคนที่1 พูดว่า "เรามามัวถามศพทำไม"
คนที่2พูดว่า "น่าเกลียด ไม่ถามแล้ว"
คนที่3พูดว่า" แม่เราจะต้องเป็นแบบนี้ไหม"
คนที่1ตอบว่า "แบบไหน"
คนที่3ตอบ "แบบเหม็นๆเน่าๆนี่ไง"
คนที่2ตอบ "คงต้องเป็นแบบนี้นี่แน่นอน"
คนที่1ตอบว่า "แล้วศพมันจะเป็นยังไงต่อไปอีก"
คนที่2ตอบว่า "มันจะเน่าและเหม็นแบบนี้ตลอดไป"
คนที่3ตอบ มันจะหายไป
"เด็ก3คนนั้นจึงนัดแนะกันมาดูศพนั้นทุกวัน
จนในวันสุดท้ายที่เด็กเห็นศพนั้นกลายเป็นโครงกระดูก และมีสัตว์ป่าเดินเหยียบกระดูกนั้นแตกลงกับดิน
และในชาตินั้นเด็ก3คนนั้นก็ไม่อยากแต่งง่าน เพราะเจริญอสุภะ มันติดเข้าในสัญญาความจำว่าผู้หญิงไม่มีจริงกระดูกไม่มีจริง เราก็ไม่มีจริง แต่ด้วยถูกมารดาบังคับ เด็กใน3ครอบครัว นั้นถูกบังคับให้แต่งงาน เขาจึงต้องจำใจต้องแต่งงาน มีเด็กคนที่ยังไงก็ไม่แต่งจึงวางแผนชวนกันหนีไปอยู่ป่าสักพักให้เรื่องมันเงียบลงแล้วค่อยออกมา
แต่แล้วก็หนีไปไม่รอด1คน จึงถูกบังคับให้แต่งงานมีลูกสืบสกุล
อีก2คนหนีเจ้าป่าไปเจอพระ
หลังจากชาตินั้นมา เด็ก3คน ตายไปอยู่บนเทวโลก
มาจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์
คนที่3บวชและสึกไปแล้ว
คนที่2กำลังบวชอยู
่คนที่3ยังไม่บวช
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น