ยิ่งมาออกกำลังกาย ยิ่งได้บุญ
ถ้าออกกำลังกายเป็นจะได้บุญกุศล
ดังนี้คือ มีสติเห็น ร่างกายเคลื่อนไหว ด้วยใจที่เป็นกลาง เห็นร่างกายเคลื่อนไหวเหมือนกับว่าไม่ใช่เราเคลื่อนไหว แต่เป็นเพียงผู้รู้ความเคลื่อนไหวของกาย
มีสติเห็น ร่างกายเดินฯลฯ
ธรรมะ
แค่มีสติ เห็น ร่างกายเดิน = เกิดกุศลแล้ว
แค่มีสติ เห็น ร่างกายเคลื่อนไหว = เป็นกุศลแล้ว
แค่มีสติ เห็น ร่างกายทรงท่านั่ง = ได้บุญกุศลแล้ว
แค่มีสติ เห็น ร่างกายทรงท่านอน = เป็นกุศล
แค่มีความระลึกรู้เห็นว่า ร่างกายกำลังเดิน ได้บุญกุศลแล้ว
สรุปความจาก อิริยาบรรพะ
ด้วยความหวังดีเจตนาดีจาก เพจ : "คนรักสุขภาพกายสุขภาพใจไม่เครียด ส่งเสริมให้ออกกำลังกาย

.jpeg)
อนาคตก็ยังอยู่ในส่วนของอนาคต
เราไม่สามารถเร่งให้มันมาเกิดในปัจจุบันได้
อนาคตบางอย่างเราปราถนา
อนาคตบางอย่างเราไม่ปราถนา
_________________________
อนาคตที่เราปราถนาก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ชวนให้น่าพอใจ
ก็มีความดิ้นรนอยากจะให้พรุ่งนี้เร็วๆ จนเป็นทุกข์ในปัจจุบัน เพราะไม่สามารถให้อนาคตคือพรุ่งนี้มาอยู่ในปัจจุบันในวันนี้ได้
_________________
อนาคตที่เราไม่ปราถนาก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ชวนให้ไม่น่าพอใจ
ก็มีความเศร้าโศกใจหวาดหวั่นเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งๆที่เป็นเรื่องของอนาคต จะหวาดหวั่นก็ไม่ได้อะไร
แทนที่จะตั้งสติหยุดลงในวินาที ณ ปัจจุบันนี้ รู้สึกทั่วถึงกาย ว่ากำลังหายใจเข้าหรือหายใจออกอยู่
ออกจากโลกของความคิดเสียได้ชั่วแว๊บหนึ่งก็ยังดี
เพื่อพักผ่อนจิตให้สบาย สงบจากความคิดเสียก่อน
แล้วจึงโน้มจิตพิจารณาแก้ปัญหาในเรื่องนั้นๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น